กลับไปหน้ารายชื่อกระทู้ ตอบกลับ เริ่มโพส

หลวงพ่อเอื้อน วัดวังแดงใต้

พระครูอดุลวิริยกิจ  ยอดพระเกจิแห่งเมืองอยุธยา
ท่านเป็นพระที่ไม่ชอบโปรโมทของขลังของตัวเองว่าดีอย่างโน้น  ดีอย่างนี้  แต่ของท่านดีจริงครับ ตำรวจอยุธยามีตะกรุดโทน ของท่านแทบทุกคน อภินิหารของท่านมากมายอธิบายไม่หมดหรอกครับ
IMG_5708.JPG
IMG_5713.JPG
IMG_5718.JPG
IMG_5723.JPG
ผมกะว่ากำลังจะเปิดกระทู้หลวงพ่อเอื้อนอยู่พอดี แหม ... คุณวิษณุนี่ รวดเร็วดีนะครับ งั้นผมขอร่วมแจมด้วยเลยล่ะกันครับ
00090_0.jpg
อัตชีวประวัติ หลวงพ่อเอื้อน วัดวังแดงใต้ จ.พระนครศรีอยุธยา
หลวงพ่อเอื้อน อตตมโน มีนามเดิม เอื้อน นามสกุล พันธุมิตร เกิดเมื่อวันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๓ ที่บ้านเลขที่ ๑ หมู่ ๖ ตำบลวังแดง อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ่อแม่ของท่านประกอบอาชีพในการทำนา และพ่อของท่านยังเป็นหมอแผนโบราณมีความเชี่ยวชาญรักษาโรค ปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บ เล่าเรียนด้านมนต์คาถาศักดิ์สิทธิ์ ทั้งการดูฤกษ์พานาที ทำนายทายทักก็ถือว่าค่อนข้างมีคนให้ความเลื่อมใสอย่างมาก
หลวงพ่อเอื้อนมี พี่น้องด้วยกัน ๗ คน ครอบครัวของท่านเป็นครอบครัวชาวนาเหมือนชาวบ้านในละแวกเดียวกัน ชีวิตในวัยเยาว์ ท่านก็ช่วยเหลือครอบครัวเท่าที่ช่วยได้ นิสัยตอนเด็กของท่านนั้นเปี่ยมไปด้วยเมตตา ไม่เคยเอาเปรียบใคร ๆ ช่วยเหลือคนอื่น ไม่ชอบการรังแกกลั่นแกล้ง
ถึงท่านจะเป็นเด็กที่ มีรูปร่างค่อนข้างสูงใหญ่กว่าคนอื่น เมื่อเข้าเรียนหนังสือท่านยิ่งไม่ชอบการเอาเปรียบและกลั่นแกล้ง ใครจะมาแกล้งท่าน ท่านก็ไม่ยอมใครเหมือนกัน อยู่ไปนานวันเข้าก็ไม่มีใครมารังแก เพราะใจมันสู้ซะอย่าง
พอจบชั้นประถมปีที่สี่แล้วก็ออกมาช่วยพ่อแม่ทำนา ทั้งเลี้ยงวัว เกี่ยวหญ้า บางคราวก็ไปหาปลามาประกอบอาหาร เพราะในสมัยนั้นทำนาได้ปีละครั้ง หมดหน้าทำนาแล้วก็ไม่มีอะไร อยู่กับบ้านทำงาน ต่าง ๆ ไป ด้วยความเป็นคนที่ชอบความสงบ
สมัยนั้นชอบมากที่สุดคือในช่วงคืนเดือนหงาย พระจันทร์สาดส่อง สว่างไสวเป็นสีเหลืองที่งดงามมาก ท่านบอกดูแล้วมีความสุข ด้วยการที่เราไปเที่ยวบ้านเหนือบ้านใต้ก็ต้องระวังตัว เจ้าถิ่นเขาคอยจะหาเรื่องทะเลาะวิวาท ยิ่งถ้าไปจีบสาวในหมู่บ้านนั้นด้วยยิ่งแล้วเลยต้องเจอดีแน่นอน ท่านเองจึงไม่ค่อยชอบไปเที่ยวที่ไหน
ช่วงที่เริ่มเป็นหนุ่มนั้นก็ ถือว่าพอตัวเหมือนกัน คือไม่ยอมให้ใครมารังแก แต่ก็ไม่เคยไปรังแกใคร ไปบ้านไหนก็อ่อนน้อมถ่อมตน แล้วอีกอย่างหนึ่งก็เล่าเรียนวิชามาเหมือนกัน โยมพ่อได้ถ่ายทอดให้ ตอนนั้นที่ว่าแน่นั้นต้องเสกปูนคาดคอ ขอดชายผ้าติดตัว บางครั้งก็เสกใบพลูกิน เรียกว่าพอเสกอะไรแล้ว ต้องลองกันได้เลย ถึงจะมั่นใจว่าไปแล้วไม่มีคำว่าเลือดไหลให้แมลงวันกิน ชีวิตเริ่มเป็นหนุ่มมากขึ้น ท่านกลับต้องช่วยโยมพ่อ   บางครั้งโยมพ่อจะสอนให้ทำกรรมฐาน ทำให้มีจิตใจสงบ ไม่ฟุ้งซ่าน ตอนแรก ๆ นั้นก็ทำไม่ค่อยได้ ใจคิดอะไรต่ออะไรไปเรื่อยเปื่อย แต่พอบอกว่าเรียนมนต์คาถาต่าง ๆ ทำให้มีความสนใจ ตอนหลังถึงเข้าใจว่านั่นคือสมาธิ แต่การฝึกฝนทำสมาธิให้สงบ เมื่อนั่งแล้วต้องเห็นอะไร เมื่อจิตมีความสงบ มีสติ ก็ทำให้เกิดปัญญา มีความคิดรอบคอบ จะทำอะไรก็ไม่ผิดพลาด ต้องใช้การพิจารณาก่อน
ชีวิตตอนเป็นหนุ่มของท่าน ไม่มีเรื่องที่ต้องทำให้พ่อแม่ต้องทุกข์ร้อนใจ มีแต่คอยให้ความช่วยเหลือเพื่อน ๆ ช่วยงานทางบ้านทุกอย่าง หลวงพ่อท่านเล่าให้ฟังว่า ตอนใกล้บวชพระนั้น มีความเบื่อหน่ายมาก เบื่อชีวิตในการครองเรือน เพราะเห็นเพื่อน ๆ มีความเดือดร้อนหลายคน บางคนมีลูกเมียแล้วก็ต้องพลัดพรากกัน ป่วยไข้ทรมาน แม้คนในหมู่บ้านที่ป่วยตายนั้นก็หลายคน ยิ่งมาพบเห็นชาวบ้านตายตอนโรคห่าระบาด ท่านบอกตอนนั้นกลัวเหมือนกัน พอเย็นลงมันวังเวงที่สุด บ้านของท่านมีคนแวะเวียนมาไม่เคยขาด เขามาขอให้ช่วยเหลือปัดเป่าให้โรคร้ายนั้นหายไป พ่อของท่านก็ทำน้ำมนต์ใส่กระถางใบโต เสกนานเป็นชั่วโมง
ท่านมาคิดได้ว่าชีวิตคนเรานี้ เมื่อเกิดแล้วก็ต้องป่วยไข้ หากไม่ป่วยไข้อาจถูกคนทำร้ายตาย บางคนยากจนแสนเข็ญหากินจนตาย ทำให้ปลงว่า ชีวิตนี้ต้องตายทุกคน บางรายนอนป่วยนานเป็นเดือนถึงตาย บางรายกว่าจะตายทรมานมาก อันนี้เกิดขึ้นด้วยผลแห่งกรรม
ต่อมา เมื่ออายุ ๒๒ ปี จึงได้เข้าพิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดบึง อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ได้มีโอกาสศึกษาวิชาวิปัสสนากรรมฐานตามแบบอย่างหลวงพ่อตาบ แห่งวัดมะขามเรียง อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี รวมทั้งศึกษาการเขียนยันต์ตะกรุดจากหลวงพ่อตาบ จน พ.ศ. ๒๕๑๔ จึงได้ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดวังแดงใต้ ได้พัฒนาวัดแห่งนี้จนมีความเจริญรุ่งเรืองมาโดยลำดับ
ปัจจุบัน ชื่อเสียงท่านโด่งดังไปไกลถึงต่างประเทศ ทั้ง มาเลเซีย สิงคโปร์ เดินทางมากราบท่านถึงวัด ท่านสร้างวัตถุมงคลแต่ละชนิดออกมาน้อย แต่มีประสบการณ์สูง ทั้งด้านอยู่ยงคงกระพันชาตรี เมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย วัตถุมงคล พระเครื่องของท่านจึงเป็นที่ต้องการในหมู่ลูกศิษย์อย่างมาก.....
      
  " ขอคัดลอกข้อความประวัติหลวงพ่อมาจาก เว็บ http://www.buddhawax.com โดยมิได้แจ้งทางเจ้าของเว็บให้ทราบแต่เพื่อเป็นการช่วยกันเผยแผ่เกียรติคุณของท่านด้วยความเคารพ จึงถือเอาความเคารพเป็นเครื่องอนุญาต...ต่อการนำข้อมูลมาเผยแผ่ต่อผู้อื่นและขอขอบคุณทางผู้จัดทำเว็บไว้ณ.โอกาสนี้ด้วยครับ "
ตะกรุดโทนของท่านดีไม่แพ้องค์อาจารย์คือพระอาจารย์ตาบ แห่งวัดมะขามเรียง สระบุรี ผู้ลือกระฉ่อนในด้านตะกรุดหนังหน้าผากเสือ เรื่องคงกระพันชาตรี แคล้วคลาด นั้นก็เป็นยอด กันปืน กันมีด ได้ดีเช่นกัน เพราะในตะกรุดท่านลงด้วยยันต์ครูหลังเหรียญ ( ทุกรุ่น ) เด่นทางคงกระพันชาตรี และ ยันต์โสฬสมงคล ยันต์มหาอุตม์ ตะกรุดของท่านจึงดีครบทุกด้าน

ตะกรุดของท่านออกจากวัดดอกล่ะ 1000 บาทครับ ปัจจุบันท่านก็ทำตะกรุดอยู่ราคาเท่าเดิม
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
ตะกรุดมงคลโสฬสทาสีทอง ขนาด 4" ถักเชือกคั่นลูกสะกดลงจาร

เป็นตะกรุด ๓ กษัตริย์ ดอกยาว ๔ นิ้ว  หลวงพ่อเอื้อน ท่านเขียนอักขระบนแผ่นโลหะ ๓ แผ่น โดยลงอักขระวิชา โสฬส มหามงคล และมหาอุตต์ ไว้แต่ละแผ่น แล้วม้วนซ้อนกันทั้ง ๓ แผ่น ถักด้วยเชือก แล้วจึงทาด้วยสีทอง
จากนั้นนำมาถักสายคาดเอวด้วยเชือกสีดำ พร้อมกับร้อยลูกสะกดคั่นไว้ทั้งสองข้าง ลงจารที่ลูกสะกดทั้ง 2 ลูก
DSC02849.jpg

ลูกสะกดมีจาร

showimage.jpg
ตะกรุดโทนดอกเล็ก เนื้อทองแดง จิ๋วแต่แจ๋ว  2 ดอก ครับ
DSC02844.jpg
DSC02848.jpg
สุด...ยอด..
บ่อเต่า วายร้าย
แก้ไขล่าสุด siyan3 เมื่อ 2010-8-27 21:28

ใช่เลยครับ ตะกรุดโทนแบบนี้แต่นี้ผมดู ๆ จะไม่ใช่ 3 กษัตริย์นะครับ  เป็นตะกรุด 2 ชั้น
ตะกรุด 3 กษัตริย์ดอกจะอ้วนใหญ่กว่านี้ครับ
ผิดถูกเช่นไรขออภัยด้วยครับ

( ขออนุญาติเจ้าของรูปด้วยครับ )
200984951571.jpg
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
แก้ไขล่าสุด Ninlapat เมื่อ 2010-8-27 21:30

[attach]12706[/attach]รูปเหมือนปั้ม เนื้อตะกั่ว มีจารครับ
DSC02815.jpg
DSC02819.jpg

รอยจาร

DSC02821.jpg

ใต้ฐานตอกโค้ดมีจาร

DSC02828.jpg
กลับไปหน้ารายชื่อกระทู้